รับกำไรเน้น ๆ ด้วย สูตรบาคาร่า ฮ่องกง สูตรฮิตการันตีความรวย

ในบรรดาเซียนพนันหรือนักพนันทั้งหลาย ต่างก็มี บาคาร่าออนไลน์ และเทคนิคในการเอาชนะเดิมพันที่ตัวเองถนัดเป็นของตัวเองกันอยู่แล้ว โดยแต่ละสูตรก็มักจะมีความแตกต่างกันออกไป โดยเฉพาะสูตรที่นักพนันนิยมใช้กันเป็นวงกว้างในปัจจุบันอย่าง สูตรบาคาร่า ฮ่องกง เป็นสูตรที่ใช้ในการเก็บสถิติในแต่ละรอบการเล่น เพื่อนำสถิติเหล่านั้นมาวิเคราะห์การออกเค้าไพ่ให้มีความแม่นยำ และเที่ยงตรงมากยิ่งขึ้น เรียกได้ว่าเป็นสูตรเด็ดที่นักพนันชาวฮ่องกงต่างการันตีเป็นเสียงเดียวกันว่าใช้ได้ผลจริง 100% เลยทีเดียว

บาคาร่าออนไลน์

สูตรบาคาร่า ฮ่องกง คืออะไร ทำไมถึงกลายเป็นสูตรยอดฮิตในปัจจุบัน

สำหรับ สูตรบาคาร่า ฮ่องกง นั้นมีการนำมาปรับใช้อย่างช้านาน และมักจะมีนักพนันหลายคนนิยมพูดว่า เค้าไพ่สวย ๆ แบบนี้เข้าสูตรฮ่องกงเลย เมื่อได้ยินแบบนี้แล้วหากเป็นนักพนันที่อยู่ในวงการมานานก็คงจะเข้าใจกันเป็นอย่างดี แต่ถ้าหากเป็นนักพนันมือใหม่ล่ะก็ รับรองได้เลยว่าไม่มีเข้าใจ และค่อนข้างที่จะงงอยู่พอสมควร ซึ่งเคล็ดลับของเจ้า บาคาร่าออนไลน์ นี้นั้นจะอยู่ที่การเลือกห้องในการเล่น ที่มีการเดินเกมการเล่นไปแล้วประมาณ 18 – 20 รอบ โดยจะอาศัยการดูเค้าไพ่เป็นหลักว่าฝั่งเจ้ามือหรือฝั่งผู้เล่นนั้น มีการออกผลไปแล้วจำนวนกี่ครั้ง แต่อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเพียงเท่านี้คงจะยังไม่เพียงพอเท่าไหร่นัก วันนี้จึงจะมาอธิบายถึงเค้าไพ่บาคาร่าแบบฉบับฮ่องกงนั้นมีหน้าตา และวิธีการเล่นเป็นอย่างไรบ้าง พร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย

สูตรบาคาร่า ฮ่องกง เข้าใจง่าย ๆ ไม่ใช่เซียนพนันก็เล่นได้

ในบทความนี้จะอธิบาย สูตรบาคาร่า ฮ่องกง ถึง 2 สูตรด้วยกัน บาคาร่าออนไลน์ ทั้ง 2 แบบนั้นมีความแตกต่างกันอย่างไร สามารถทำความเข้าใจไปพร้อม ๆ กันได้แล้วที่นี่

  1. สูตรที่ 1 ให้นักพนันดูห้องที่มีการเดิมเกมการเล่นไปแล้วประมาณ 18 – 20 รอบขึ้นไป ยกตัวอย่างเช่น หาก B มีการออกผลไปแล้ว 10 รอบ และ P ออกผลไปแล้ว 6 รอบ โดยให้มีระยะห่างระหว่าง B กับ P อยู่ที่ 4 รอบการเล่น ในรอบการเล่นต่อไปนักพนันสามารถลงเดิมพันที่ฝั่ง P เนื่องจากว่า B นั้นมีการออกผลไปแล้วจำนวนมาก อีกทั้งยังควรนำวิธีการเดินเงินแบบ 1, 2, 4, 8, 16 มาใช้ควบคู่กันไปด้วย
  2. สูตรที่ 2 โดยสูตรนี้แนะนำให้นักพนันเลือกห้องที่มีการเดินเกมไปแล้ว 18 รอบ เนื่องจากเป็นรอบการเล่นที่กำลังพอดีต่อการใช้สูตร ซึ่งในแต่ละห้องนั้น นักพนันจะต้องเล่นเพียง 6 รอบเท่านั้น หากว่าสามารถชนะเดิมพัน 4 ใน 6 ก็จะถือว่าคุ้มค่าแก่การเดิมพันแล้ว เมื่อนักพนันเล่นครบ 6 รอบแล้วก็ควรที่จะเปลี่ยนห้องใหม่ทันที จะเป็นการดีที่สุด เช่น
  • จะเห็นได้ว่าแถวที่ 1 นั้น มีผลออกมาเป็น PBB ซึ่งในรอบการเล่นต่อไปจะต้องออกผลเป็น P อย่างแน่นอน เนื่องจาก B มีการออกผลไปแล้ว 2 ครั้ง ดังนั้น รอบการเล่นต่อไป จะมีการเปลี่ยนผลที่ออกนั่นเอง
  • ในส่วนของแถวที่ 2 จะเห็นได้ว่าผลของไพ่ออกมาเป็น PPB ดังนั้น ในรอบการเล่นต่อไป ผลจะต้องออกมาเป็น P เนื่องจากรอบการเล่นก่อนหน้านี้ออก B ไปแล้ว รอบการนี้สมควรจะต้องออกเป็น P (ใช้หลักการ PPBPP หรือ BBPBB ในการวิเคราะห์)
  • แถวที่ 3 จะเห็นว่าผลของไพ่ออกมาเป็น BPP นักพนันอาจจะเกิดความมั่นใจ เนื่องจากแถวที่ 1 ออก PBB แล้วก็มาออก P รอบนี้คงจะพอคาดเดาได้ว่าต้องออก B แต่ผลที่ออกกลับเป็น P เสียได้ ซึ่งโอกาสการเสียเดิมพันมักเกิดขึ้นได้เสมอ เพราะฉะนั้นนักพนันควรที่จะรอจนกว่าจะครบคอลัมน์แล้วจึงค่อยเดิมพันในแถวที่ 3 ในรอบการเล่นต่อไปด้วย B อีกครั้ง อีกทั้งยังจะต้องทบเงินตามสูตรเดินเงินตามสูตรที่ 1 ทำแบบนี้วนไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะกลับไปชนะเดิมพันอีกครั้ง แล้วจึงค่อยกลับไปเล่นที่ 1 หน่วยตามเดิม
  • แถวที่ 4 ไพ่ออกผลเป็น PTP ถ้าเป็นไปตาม สูตรบาคาร่า ฮ่องกง หากมีผลเสมออยู่ในเกม นักพนันไม่จำเป็นจะต้องวางเดิมพันก็ได้
  • ในแถวที่ 5 ให้สังเกตในเกมรอบที่ผ่าน ๆ มาว่า ไพ่จะมีการออกผลเรียงกันไม่ถึง 4 รอบเลยสักแถวเดียว ซึ่งผลของไพ่จะออกมาเป็น PPP ซึ่งในรอบการเล่นต่อไปผลจะต้องออกเป็น B อย่างแน่นอน เพื่อตัดให้ P นั้นเท่ากันทุกแถว
  • แถวที่ 6 จะเห็นได้ว่าไพ่นั้นออกผลเป็น BPP ให้นักพนันย้อนกลับไปดูที่แถว 1 จะเห็นได้ว่ามีส่วนที่ค่อนข้างคล้ายกัน กล่าวคือ ผลของไพ่จะออกฝั่งละ 2 ครั้ง ดังนั้นรอบการเล่นนี้นักพนันจะต้องเดิมพันที่ B เพื่อให้ผลทั้ง 2 ฝั่งมีสีที่เหมือนกันนั่นเอง

จะสรุปได้ว่า ทั้ง 2 บาคาร่าออนไลน์ นั้นคือ การดูไพ่แบบฮ่องกง ยิ่งมีไพ่สวยมากเท่าไหร่ นักพนันสามารถมั่นใจได้เลยว่าเป็นไพ่สูตรฮ่องกงอย่างแน่นอน เนื่องจาก สูตรบาคาร่า ฮ่องกง นั้น เป็นการหาห้องที่มีไพ่สวย ๆ เท่านั้น

สูตรบาคาร่า ฮ่องกง ถือเป็น บาคาร่าออนไลน์ ที่นักพนันทั่วไป รวมถึงนักพนันระดับเซียน ใช้กันมานานหลายสิบปี ตั้งแต่ยังไม่มีบาคาร่าออนไลน์เลยก็ว่าได้ ซึ่งถือว่าเป็นการเพิ่มแนวทางการเล่นที่หลากหลายเพิ่มมากขึ้น เมื่อการใช้สูตรเดิม ๆ ไม่สามารถทำกำไรหรือสร้างเม็ดเงินให้ได้ตามความคาดหมาย นักพนันก็สามารถหยิบยกสูตรนี้ไปปรับใช้ได้ทันที โดยนักพนันจะต้องวิเคราะห์รูปแบบการเล่นให้ดีเสียก่อน ไม่ใช่เห็นว่าสูตรเดิมใช้ไม่ได้ผล ก็จับสูตรใหม่ไปใช้โดยที่ยังไม่ได้อ่านเค้าไพ่หรือสังเกตรูปแบบการเล่น หากเป็นเช่นนั้นแล้ว ไม่ว่าสูตรจะดีขนาดไหน ก็ไม่อาจจะช่วยให้นักพนันชนะเดิมพันได้